วิธีการประเมินค่าที่ดินใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง

Submitted by บูรพาสิริ on อา, 01/15/2017 - 14:06

วิธีการประเมินค่าที่ดินใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง

รู้หรือไม่ว่าแนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูงต้องกันที่ดินไว้เพื่อป้องกันความเสียหายของระบบสายส่งไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต

ที่ดินใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง ปกติแล้วจะถูกรอนสิทธิโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งได้มีการจ่ายค่ารอนสิทธิให้กับเจ้าของที่ดินคล้ายการเวนคืน แต่กรรมสิทธ์ยังเป็นของเจ้าของที่ดินอยู่ ไม่ได้โอนไปเหมือนการเวนคืน

โดยที่ดินที่ตั้งอยู่ภายใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูงจะถูกรอนสิทธิ ตามประกาศการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เรื่อง ข้อกำหนดเขตเดินสายไฟฟ้า อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ.2511 กำหนดไว้ดังนี้

1. ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นอันตรายแก่ระบบไฟฟ้า เช่น ห้ามนำวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรกล เช่น รถเครน รถยก รถตัก รถขุด เข้าใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงน้อยกว่า 4.00 เมตร หรือ ห้ามเผ่าไร้อ้อย นาข้าว ป่าพง หรือวัสดุอื่นใดในเขตแนวสายไฟฟ้า

2. ห้ามปลูกสร้างอาคาร บ้านเรือน หรือ สิ่งปลูกสร้างอื่น ทุกชนิด ในเขตเดินสายไฟฟ้า

3. ห้ามปลูกต้นไม้ หรือพืชผล ในเขตเดินสายไฟฟ้า ดังนี้

3.1 บริเวณพื้นที่ที่ตั้งเสา และพื้นที่โดยรอบโคนเสา ภายในระยะห่างจากแนวขาเสา 4 เมตร ห้าม ปลูกต้นไม้ หรือพืชผล ทุกชนิด

3.2 บริเวณพื้นที่ในเขตเดินสายไฟฟ้านอกจากข้อ 3.1 ห้ามปลูกต้นไม้หรือพืชผล ซึ่งเมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วมีความสูงเกินกว่า 3 เมตร

3.3 บริเวณพื้นที่ในเขตเดินสายไฟฟ้า ของสายส่งไฟฟ้า ระดับแรงดัน 500,000 โวลต์ ห้ามปลูกอ้อย

4. กระทำการใดๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นดิน บริเวณพื้นที่ในเขตเดินสายไฟฟ้า เช่น การปรับสภาพพื้นดินให้สูงขึ้น การขุดดิน การขุดบ่อ การก่อสร้างถนน จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรการ กฟผ.ก่อน

การที่มีเสาไฟฟ้าแรงสูงขนาดสายส่งไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ พาดผ่านที่ดินจะมีเขตที่ดินที่ถูกรอนสิทธิโดยคำนวณจากระยะจากจุดกึ่งกลางเสาด้านละ 20-25 เมตร รวม 40-50 เมตร

 

วิธีการประเมินค่าที่ดินใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูง

ที่มารูปภาพ : https://pantip.com/topic/35423278

โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ได้กำหนดเขตการรอนสิทธิเป็นความกว้างของเขตสายไฟฟ้า ตามขนาดของสายส่งไฟฟ้า ไว้ดังนี้

ขนาดสายส่งไฟฟ้า

เขตรอนสิทธิ

 

ระยะจากจุดกึ่งกลางเสาด้านละ

รวมเขตเดินสายไฟฟ้า

69,000 โวลต์

9 เมตร

18 เมตร

115,000 โวลต์

12-25 เมตร

24-50 เมตร

230,000 โวลต์

20-25 เมตร

40-50 เมตร

500,000 โวลต์

35-40 เมตร

70-80 เมตร

 

 

ขอบคุณข้อมูล : http://www.thaiappraisal.org/thai/valuation/valuation21.htm

 

(1) ที่ดินที่ถูกเสาไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่าน จะได้รับเงินค่าทดแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งราคาค่าทดแทนนี้จะถูกกำหนดโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (คณะกรรมการกิจการพลังงาน) ซึ่งราคาทดแทนที่ได้ก็ประมาณ 90% ของราคาประเมินที่ดินกรมธนารักษ์ หรือราคาซื้อขาย โดยในการจ่ายเงิน กฟผ.ก็จะมีหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของที่ดินให้ไปรับเงินค่าทดแทนตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตเป็นผู้กำหนด

แต่ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นไม่ยินยอมตกลงในจำนวนเงินค่าทดแทนที่ กฟผ. กำหนด หรือหาตัวเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นไม่พบ ให้ กฟผ. นำเงินจำนวนดังกล่าวไปวางไว้ต่อศาลหรือสำนักงานวางทรัพย์หรือฝากไว้กับธนาคารออมสินในชื่อของเจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นโดยแยกฝากเป็นบัญชีเฉพาะราย และถ้ามีดอกเบี้ยหรือดอกผลใดเกิดขึ้นเนื่องจากการฝากเงินนั้น ให้ตกเป็นสิทธิแก่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นนั้นด้วย

ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นไม่พอใจในจำนวนเงินค่าทดแทนที่ กฟผ. กำหนด ไม่ว่าบุคคลนั้นจะรับหรือไม่รับเงินค่าทดแทนที่ กฟผ. วางไว้หรือฝากไว้ ให้มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ กฟผ. ได้ดำเนินการตามมาตรา ๓๐ วรรคสาม แล้วการฟ้องคดีต่อศาลตามวรรคหนึ่งไม่เป็นเหตุให้การครอบครองหรือใช้อสังหาริมทรัพย์ การรื้อถอนโรงเรือนหรือการทำลายสิ่งอื่นที่สร้างขึ้นหรือทำขึ้นหรือการดำเนินการใด ๆ ของพนักงานหรือลูกจ้างต้องสะดุดหยุดลง

ในกรณีที่ศาลวินิจฉัยให้ชำระเงินค่าทดแทนเพิ่มขึ้น ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นได้รับดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดของดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำของธนาคารออมสินในจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ นับแต่วันที่ต้องมีการจ่าย วางหรือฝากเงินค่าทดแทนนั้น

ในกรณีที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองทรัพย์สินหรือผู้ทรงสิทธิอื่นพอใจและได้รับเงินค่าทดแทนไปแล้ว หรือมิได้ฟ้องคดีเรียกเงินค่าทดแทนต่อศาลภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือได้แจ้งเป็นหนังสือสละสิทธิไม่รับเงินค่าทดแทนดังกล่าว ผู้ใดจะเรียกร้องเงินค่าทดแทนนั้นอีกไม่ได้

(2) การจ่ายเงินค่าทดแทนจะจ่ายให้ครั้งเดียวทั้งหมด ส่วนในเรื่องการอุทธรณ์ราคาก็ตามที่ได้กล่าวไว้แล้วในข้างต้น

เมื่อต้องกันแนวที่ดินตามแนวสายไฟฟ้าออกไว้แล้วจะทำให้มูลค่าของที่ดินลดลงตามเนื้อที่ที่ิดินที่ต้องกันแนวเวรคืนไว้(รอนสิทธิ์ แต่กรรมสิทธิ์ยังคงเป็นของเจ้าของเดิม ไม่ใช่ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต)

 ดังนั้นในการประเมินค่าที่ดินที่มีสายส่งแรงสูงพาดผ่านนั้นก็จะต้องหักมูลค่าของที่ดินในส่วนนี้ออกไปด้วย เช่นที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่  23_ไร่ มีสายส่งพาดผ่านกลางที่ดินคิดเป็นเนื้อที่ประมาณ  5% จะมีเนื้อที่ดินที่ต้องกันไว้เป็นแนวเวนคืนคือ 5%x23 ไร่ =1.15 ไร่ หรือ 460 ตารางวา

ถ้าที่ดินแปลงนี้มีราคาประเมินราชการ (กรมธนารักษ์) 1,000  บาท/ตารางวา ทั้งแปลงจะมีราคาประเมินราชการคือ  1,000x400x23=9,200,000    บาท

หักพื้นที่เวรคืน 1,000x(460)=460,000 บาท 

ดังนั้นราคาประเมินราชการที่ดินแปลงนี้เหลือสุทธิ =9,200,000-460,000=8,740,000 บาท

หลังจากประเมินค่าที่ดินใต้แนวสายไฟฟ้าแรงสูงที่แท้จริงได้แล้ว ก็นำไปพิจารณายอดรับซื้อฝากได้เลย โดยส่วนมากแล้วงานขายฝากจะให้ยอดรับซื้อฝากที่ 50% ของราคาประเมินราชการ(กรมธนารักษ์)  เช่น ถ้านำที่ดินแปลงนี้มาขายฝากก็จะได้ยอดขายฝากไม่เกิน

 50%x 8,740,000=4,370,000 บาท